ข่าวการเมือง » เชียงใหม่เดือด‼️ 13 พรรคการเมืองตบเท้าลงสนาม “เจียงใหม่ดีเบต 69” ชูนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ชี้ชะตาอนาคตภาคเหนือ

เชียงใหม่เดือด‼️ 13 พรรคการเมืองตบเท้าลงสนาม “เจียงใหม่ดีเบต 69” ชูนโยบายแก้ฝุ่น PM 2.5 ชี้ชะตาอนาคตภาคเหนือ

31 มกราคม 2026
55   0

Sepkhao Lanna Share

เชียงใหม่ (31 มกราคม 2569) – เมื่อเวลา 13.00 น. ณ มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดเวทีดีเบตครั้งใหญ่ “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69: กำหนดอนาคตประเทศไทย เชียงใหม่ต้องไปต่อ” โดยมีตัวแทนผู้สมัคร ส.ส. และแกนนำจาก 13 พรรคการเมือง เข้าร่วมประชันวิสัยทัศน์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของประชาชนที่มาร่วมรับฟังแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่

เปิดตัว 13 ขุนพลท้าชิงเก้าอี้ ส.ส. เชียงใหม่ ในช่วงแรกเป็นการแนะนำตัวผู้สมัครและชูจุดขายของแต่ละพรรค นำโดยบิ๊กเนมและคนรุ่นใหม่ อาทิ นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล (เพื่อไทย), นางสาวเพชรรัตน์ ใหม่ชมภู (ประชาชน), นางสาวนารากร ติยายน (ประชาธิปัตย์), นายชินภัสร์ กิจเลิศสิริวัฒนา (ภูมิใจไทย) และ น.ส.กชพร เวโรจน์ (หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ) ร่วมด้วยตัวแทนจากพรรคเศรษฐกิจ, เสรีรวมไทย, ปวงชนไทย, วิชชั่นใหม่, ประชากรไทย, โอกาสใหม่, ไทยก้าวใหม่ และพรรคเพื่อบ้านเมือง
ไฮไลต์แก้ปมวิกฤตฝุ่น PM 2.5 รื้อระบบ vs บังคับกฎหมาย ประเด็นร้อนที่ถูกยกขึ้นมาเป็นโจทย์หลักคือ “แนวทางการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5” ซึ่งผู้สมัครตัวเต็งได้เสนอทางออกที่แตกต่างกันอย่างน่าสนใจ:

พรรคก้าวอิสระ “มาดามหยก” กชพร เวโรจน์ เน้นการทำงานเชิงรุกร่วมกับท้องถิ่น ชูโมเดลต่างประเทศใช้ “ภาษีเป็นกำบัง” เพื่อต่อรองเรื่องการเผา ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างเท่าเทียม

พรรคเพื่อไทย “หมอโจ้” นพ.ธีรพัฒน์ ผลักดันการใช้เทคโนโลยี “FireD” ในการบริหารจัดการเชื้อเพลิง และย้ำจุดยืน “คนก่อกำเนิดมลพิษต้องจ่าย” ตามกลไก พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ร่วมผลักดันมาโดยตลอด

พรรรประชาชน “พลอย” เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู ประกาศนโยบาย “3 รื้อ” หากได้เป็นรัฐบาล โดยเริ่มจากการ รื้อฐานข้อมูล (Data) จัดตั้งศูนย์บัญชาการเดียวเพื่อไม่ให้งบประมาณสะเปะสะปะ และ รื้อระบบงบประมาณ เพื่อส่งเงินลงถึงท้องถิ่นที่เฝ้าระวังป่าอย่างแท้จริง

พรรคประชาธิปัตย์ “ต๊ะ” นารากร ติยายน มั่นใจว่าไม่ต้องรื้อระบบใหม่ แต่ต้อง “ใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด” โดยยกโมเดลความสำเร็จจากสิงคโปร์และปักกิ่ง พร้อมหนุนกฎหมาย 3 ฉบับ ทั้งอากาศสะอาด, โลกร้อน และเศรษฐกิจหมุนเวียน ให้ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว

เวทีดีเบตครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่า ปัญหาปากท้องและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะวิกฤตอากาศบริสุทธิ์ จะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจของชาวเชียงใหม่ในการเลือกตั้งปี 2569 นี้