สถิติจากการสำรวจ ยืนยันว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ที่ เยาวชนและผู้หญิง
สถิติการสูบบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า ที่สำรวจโดยโครงการตรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 7 พ.ศ.2568 พบว่า
ในจำนวนคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า 1.6 ล้านคน 35% หรือ 560,000 เป็นคนที่อายุน้อยกว่า 20 ปี
เปรียบเทียบกับคนที่สูบบุหรี่มวน 9.1 ล้านคน ที่มีเพียง 7% หรือ 637,000 คน ที่อายุ น้อยกว่า 20 ปี
ขณะที่ 90% ของคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือ 1.44 ล้านคน มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
เทียบกับ 44% ของคนที่สูบบุหรี่มวน หรือ 4.0 ล้านคนที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
ที่น่าสนใจคือ 19 % ของคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าหรือ 304,000 คนเป็นเพศหญิง
เทียบกับ 6% ของคนที่สูบบุหรี่มวนหรือ 546,000 คนที่เป็นเพศหญิง
#สื่อท้องถิ่น
#สถานีเพื่อนสนิท

ข้อมูลจากการสำรวจนี้ ตอกยำ้ว่า คนที่จะได้รับอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า คือเยาวชน/คนอายุน้อยและผู้หญิง
และคนสูบบุหรี่มวนที่มีเพียง 7% ที่อายุตำ่กว่า 20 ปี เป็นสัญญาว่า วัยรุ่นไทยหันหลังให้บุหรี่มวนแล้ว
บริษัทบุหรี่จึงหันมาส่งเสริมการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อคงไว้ซึ่งผลกำไรทางธุรกิจ
และข่าวร้ายคือ วัยรุ่นที่ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงเข้ามาสูบบุหรี่ไฟฟ้า เป็นจำนวนมาก
การคงกฏหมายห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และปราบปรามผู้ที่ลักลอบขายในทุกช่องทางอย่างจริงจัง จะทำให้เราลดจำนวนเยาวชนที่จะตกเป็นทาษเสพติดนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าได้ ถึงจะเป็นงานยาก เราก็ต้องพยายามช่วยกัน
เพื่อป้องกันเยาวชนไทย จากการเข้าไปสูบและเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า ที่ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อเยาวชน รวมทั้งต่อสังคมเลยแม้แต่น้อย
#สื่อท้องถิ่น
#สถานีเพื่อนสนิท
ศ.นพ ประกิต วาทีสาธกกิจ 25 กุมภาพันธ์ 2569
อ้างอิง : โครงการสำรวจสุขภาพของประชาชนไทย ด้วยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 รศ.พญ เริงฤดี ปธานวนิช ศ.นพ วิชัย เอกพลาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีและคณะฯ พ.ศ.2568
https://thai-nhes.com//MiddleFiles/Reports_nhe/7/รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยครั้งที่7_1.pdf