ข่าวสังคม » องคมนตรี ตรวจเยี่ยมร้านสวัสดิการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวและตรวจเยี่ยมพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมร้านสวัสดิการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวและตรวจเยี่ยมพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

6 มีนาคม 2026
26   0

Sepkhao Lanna Share

องคมนตรี ตรวจเยี่ยมร้านสวัสดิการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียวและตรวจเยี่ยมพื้นที่สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

 วันนี้ (5 มีนาคม 2569) เวลา 9.00 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี เลขาธิการและประธานกรรมการบริหาร                       มูลนิธิโครงการหลวง เดินทางไปยัง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองเขียว ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์ลำดับที่ 21 ในการพัฒนาพื้นที่สูงตามแนวพระราชดำริ ดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกรสมาชิก จำนวน 243 ราย      มุ่งผลิตพืชเศรษฐกิจภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค          พืชสำคัญที่ส่งเสริม ได้แก่ ผักกาดขาวปลี มะเขือม่วงก้านเขียว อะโวคาโด รวมถึงไม้ดอกมูลค่าสูง เช่น กลอริโอซา และปทุมมา ซึ่งเป็นพืชทดแทนการปลูกฝิ่น สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตของราษฎรในพื้นที่ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

ในการนี้ องคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมร้านสวัสดิการของศูนย์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นช่องทางจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูปของเกษตรกร ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มโอกาสทางการตลาด และเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับประชาชนและผู้ที่เดินทางผ่านเส้นทางนี้ โดยเป็นจุดแวะพักผ่อนระหว่างทาง ใช้บริการห้องน้ำ วะชิม ขนม ชา กาแฟ โครงการหลวง พร้อมสามารถเลือกซื้อ ผัก ผลไม้ และเยี่ยมชมร้านจำหน่ายพันธุ์ไม้ของศูนย์ฯ ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช โดยมีการจำหน่ายพันธุ์ไม้ผล และสมุนไพรหลากหลายชนิด อาทิ มะเดื่อฝรั่ง เสาวรส อะโวคาโด อาบิว และโรสแมรี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของเกษตรกรและประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการผันน้ำจากพื้นที่สูงบริเวณต้นน้ำห้วยผาแดงระยะทางกว่า 14 กิโลเมตรเพื่อใช้อุปโภคและบริโภคในชุมชน และเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งที่ผ่านมาทุกปีเกิดปัญหาน้ำไม่เพียงพอ ขณะที่ปัจจุบันมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของชุมชน และการทำการเกษตร จึงได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่มเติม โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 32 เข้าดำเนินการก่อสร้างถังเก็บน้ำขนาด 100 ลบ.ม และปรับปรุงพลาสติกปูบ่อที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บให้สามารถเก็บน้ำได้ประมาณ 900 ลบ.ม

โอกาสนี้องคมนตรีได้เน้นย้ำความร่วมมือการแก้ไขปัญหาระบบการจัดการน้ำทั้งในพื้นที่ต้นน้ำและแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อให้ประชาชนมีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี พร้อมทั้งส่งเสริมอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามแนวทาง “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตลอดจนปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และเอื้อต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ช่วงบ่าย องคมนตรีได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบแห่งแรกของโครงการหลวง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวทดแทนการปลูกฝิ่น จนประสบความสำเร็จ และพัฒนาเป็นต้นแบบของ “โครงการหลวงโมเดล” ที่ขยายผลไปยังพื้นที่สูงทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีพื้นที่ส่งเสริม 4 หมู่บ้าน 10 หย่อมบ้าน ครอบคลุมประชากร 1,386 ครัวเรือน 7,539 คน ทำหน้าที่ป็นแหล่งวิจัยและรวบรวมพันธุ์พืชเขตหนาว อาทิ ไม้ผล พืชผัก และไม้ดอก อีกทั้งเป็นแหล่งผลิตชาอินทรีย์บนพื้นที่สูง ควบคุมคุณภาพแบบควบวงจร ตั้งแต่กระบวนการปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูป ตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ แหล่งกาแฟภายใต้ระบบอนุรักษ์ฯ ที่มีคุณภาพและอยู่ระหว่างการทำ GI กาแฟอ่างขาง พร้อมทั้งพัฒนาระบบรวบรวมและกระจายผลผลิต เพื่อสร้างช่องทางการตลาดเพิ่มมูลค่าผลผลิตและลดการสูญเสียทางการเกษตร ในด้านสิ่งแวดล้อมได้ปลูกป่าไม้โตเร็ว ภายใต้สวนป่าสาธิตอ่างขาง สามารถกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่า 70,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูงคาร์บอนต่ำและยั่งยืน เพิ่มพื้นที่สีเขียวควบคู่กัการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ การจัดการดินและน้ำอย่างยั่งยืน การสร้างฝายชะลอน้ำ และการทำแนวป้องกันไฟป่า ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของชุมชนบนพื้นที่สูงในระยะยาว รวมถึงเป็นศูนย์การเรียนรู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูง ทั้งจัดสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานและพื้นที่บริการ เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน การดำเนินงานสะท้อนกาสืบสาน รักษา และต่อยอด แนวพระราชดำริของทั้งสองรัชกาล เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการหลวงอย่างต่อเนื่อง มุ่งสร้างความมั่นคงด้านอาชีพ รายได้ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อความยั่งยืนของชุมชนบนพื้นที่สูงต่อไป